![]() |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
![]() |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ปัจจุบันได้มีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันของคนเรา ซึ่งสำหรับบางคนอาจจะขาดมันไม่ได้เลย วันไหนไม่ได้ใช้เหมือนกับมีอะไรบางอย่างขาดหายไป เนื่องจากว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับติดต่อสื่อสาร สิ่งนั้นก็คือ โทรศัพท์มือถือ นั่นเอง โดยข้อมูลในปัจจุบัน มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือระบบเติมเงินมากกว่า 40 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเติมเงินโดยการซื้อบัตรเติมเงินจากร้านสะดวกซื้อ แล้วทำการขูดหลังบัตรเพื่อเติมเงิน ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยาก นอกจากนี้ราคาบัตรเติมเงินขั้นต่ำคือ 50 บาท เราจึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ ที่สามารถรองรับการเติบโตของการใช้โทรศัพท์แบบเติมเงินที่เพิ่มขึ้นในทุกๆปี โดยมีมูลค่าการตลาดรวมสูงถึง 8 หมื่นล้านบาทต่อปี ดังนั้นเราจึงหาวิธีเปลี่ยนจากการซื้อบัตรเติมเงิน มาเป็นแบบใช้เครื่อง ที่สามารถเติมเงินได้ทันที และสามารถรองรับการบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องมีคนเฝ้า นั่นจึงเป็นที่มาของ ตู้เติมเงินมือถืออัตโนมัติ โดยหลักการทำงานของตู้เติมเงินมือถือหยอดเหรียญนั้น มีขั้นตอนง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก สามารถใช้งานได้ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ เพียงแต่เดินไปที่หน้าตู้ แล้วเลือกเครือข่ายที่จะทำการเติมเงิน ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือก 3 เครือข่ายคือ AIS, DTAC, TRUE จากนั้นเลือกราคาตามที่ต้องการจะเติม โดยมีให้เลือกหลายราคา ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งราคาตั้งแต่ 10 บาทไปจนถึง 100 บาท แล้วจึงกดหมายเลขโทรศัพท์ที่เราต้องการเติมเงินให้ จากนั้นตู้จะแจ้งให้ทำการหยอดเหรียญ ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมในการใช้ตู้ โดยเจ้าของตู้สามารถตั้งราคาเองได้ ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ 0 บาทจนถึง 9 บาท เมื่อหยอดเหรียญครบ ระบบจะทำการประมวลผล และทำการเติมเงินให้กับหมายเลขดังกล่าว โดยจะมีการส่งข้อความยืนยันกลับไปที่หมายเลขนั้นด้วย
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||